Verb คืออะไรและชนิดของ Verb

ใส่ความเห็น

Verb แปลว่า กริยา หมายถึง คำซึ่งบอกอาการหรือความเป็นอยู่ของนาม หรือคำเสมอนามที่เป็นประธาน ว่าผู้นั้นผู้นี้หรือสิ่งนั้นสิ่งนี้ทำอะไรหรือเป็นอะไร หรือเป็นคำสอดแทรกเข้ามาทำหน้าที่ช่วยกริยาตัวอื่นก็ได้ เพื่อบอกถึงมาลา(Mood) วาจก(Voice) และกาล(Tense)”

ในภาษาอังกฤษแบ่ง Verb ออกเป็น 5 ชนิดด้วยกัน คือ

1. Transitive Verb    =           สกรรมกริยา

2. Intransitive Verb  =         อกรรมกริยา

3. Finite Verb          =            กริยาแท้

4. Non-Finite Verb   =          กริยาไม่แท้

5. Auxiliary Verb     =          กริยานุเคราะห์, กริยาช่วย


Transitive Verb ได้แก่ verb เช่นไร

ใส่ความเห็น

Transitive Verb แปลว่า สกรรมกริยา หมายถึง กริยาที่ต้องกรรมมารองรับ เสียก่อน จึงจะได้เนื้อความสมบูรณ์ กรรมทีี่มารองรับอาจจะเป็นนาม, สรรพนนาม, Infinitive, Gerund, วลี, หรืออนุประโยคได้ทั้งนั้น คือ

1.นามทุกชนิด (All kinds of noun) เช่น:

That boy broke the window.

= เด็กคนนั้นทำหน้าต่างแตก

(windows เป็นกรรมของ broke)


Intransitive Verb คืออะไร ได้แ่ คำกริยา เช่นไร

ใส่ความเห็น

Intransitive Verb แปลว่า อกรรมกริยา ได้แก่ กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับเพราะมีเนื้อความสมบูรณ์อยู่ในตัวอยู่แล้ว ฟังเข้าใจได้ชัดเจน ปราศจากข้อสงสัย

Active and Passive Voice คืออะไร

ใส่ความเห็น

Active Voice แปลว่า กรรตุวาจก หมายถึง   รูปแบบกริยาซึ่งประธานเป็นผู้กระทำหรือแสดงกริยานั้นโดยตรง เช่น

Passive Voice แปลว่า กรรมวาจก หมายถึง รูปกริยาซึ่งประธานของมันเป็นผู้ถูกกระทำกริยานั้นโดยผู้อื่นหรือสิ่งอื่น เช่น:

            Ex.       He writes a letter. (Active Voice)

                        = เขาเขียนจดหมายหนึ่งฉบับ

                                A letter is written by him. (Passive Voice)

                        = จดหมายหนึ่งฉบับถูกเขียนโดยเขา

(Active Voice เน้นผู้กระทำเป็นจุดสำคัญ ส่วน Passive Voice เน้นถึงสิ่งถูกกระทำหรือยกเอาสิ่งที่ถูกกระทำ หรือยกเอาสิ่งที่ถูกกระทำขึ้นมาเป็นจุดสำคัญในประโยค 

 

หลักการเปลี่ยน Active เป็น Passive Voice

ใส่ความเห็น

 

หลักการเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive voice

ก)      เอากรรม ของประโยค Active มาเป็น ประธาน ในประโยค Passive

ข)     ใช้ Verb to be ให้ถูกต้องตามพจน์ และ Tense เดิมที่เปลี่ยนไปจาก Active

ค)      กริยาแท้ในประโยคในประโยค Active ให้เปลี่ยนเป็นช่อง 3 เสมอ โดยวางไว้หลัง Verb to be

ง)      เอา ประธาน ของประโยค  Active ไปเป็น กรรม ในประโยค Passive โดยมี “by” นำหน้า

 

โครงสร้างทั้ง 12 Tense

ใส่ความเห็น

โครงสร้างของ Passive Voice ทั้ง 12 Tense พร้อมตัวอย่าง  :

 

1. Present Simple Tense = is, am, are, + กริยาช่อง 3

Active  : John writes a letter.

Passive: A letter is written by John.

 

2. Present Continuous Tense = is, am, are, + being + กริยาช่อง 3

Active  : John is writing a letter.

Passive: A letter is being written by John.

 

3. Present Perfect Tense = has, have + been + กริยาช่อง 3

Active  : John has written a letter.

Passive: A letter has been written by John.

 

4. Present Perfect Continuous Tense = has, have + been + being + กริยาช่อง 3

Active  : John has been writing a letter.

Passive: A letter has been being written by John.

 

5. Past Simple Tense = was, were, + กริยาช่อง 3

Active  : John wrote a letter.

Passive: A letter was written by John. 

6. Past Continuous Tense = was, were, + being + กริยาช่อง 3

Active  : John was writing a letter.

Passive: A letter was being written by John.

 

 

7. Past Perfect Tense = had been + กริยาช่อง 3

Active  : John had written a letter.

Passive: A letter had been written by John.

 

8. Past Perfect Continuous Tense = had been + being + กริยาช่อง 3

Active  : John had been writing a letter.

Passive: A letter had been being written by John.

 

9. Future Simple Tense = will, shall + be + กริยาช่อง 3

Active  : John will write a letter.

Passive: A letter will be written by John.

 

10. Future Continuous Tense = will, shall + be + being + กริยาช่อง 3

Active  : John will be writing a letter.

Passive: A letter will be being written by John.

 

11. Future Perfect Tense = will, shall + have been + กริยาช่อง 3

Active  : John will have been written a letter.

Passive: A letter will have been written by John.

 

 

12. Future Perfect Continuous Tense = will, shall + have been + being + กริยาช่อง 3

Active  : John will have been writing a letter.

Passive: A letter will have been being written by John.

 

สรุป: เพื่อเข้าใจได้ง่ายขึ้น รูปประโยคของ Passive Voice ทั้ง 12 Tense มีดังนี้ :

Present Simple  =          S. + is, am, are + Verb 3 + by…..

Present Continuous       =          S. + is, am, are + being + Verb 3 + by…..

Present Perfect =          S. + has, have + been + Verb 3 + by…..

Present Per. Conti        =          S. + has, have + been + being + Verb 3 + by…..

Past Simple                  =          S. + was, were + Verb 3 + by…..

Past Continuous            =          S. + was, were + being + Verb 3 + by…..

Past Perfect                  =          S. + had + been + Verb 3 +by…..

Past Per. Conti             =          S. + had + been + being + Verb 3 + by…..     

Future Simple               =          S. + will, shall + be + Verb 3 + by…..

Future Continuous        =          S. + will, shall + be + being + Verb 3 + by…..

Future Perfect               =          S. + will, shall + have + been + Verb 3 + by…..

Future Per. Conti          =          S. + will, shall + have + been + being +Verb 3 + by…..

                       

Finite Verb คืออะไร

ใส่ความเห็น



Finite Verb แปลว่า กริยาแท้ หมายถึง กริยาซึ่งทำหน้าที่กริยาจริงๆ ของประโยค เป็นหัวใจสำคัญชองประโยค เพราะถ้าไม่มีกริยาแท้ ข้อความนั้นจะเป็นประโยคขึ้นมาไม่ได้ จะเรียกว่า กริยาสำคัญ,หรือ กริยาหลักได้ทั้งนั้น กริยาแท้เปลี่ยนรูปไปตามประธานและตาม Tense ต่างๆ

 

Older Entries